การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ๑. เพื่อศึกษาภาวะผู้นำของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือ
พระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ๒. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของพนักงานที่มีต่อการภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ๓. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักปาปณิกธรรมกับภาวะผู้นำของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ๔. เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ระเบียบวิธีวิจัยเป็นแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามซึ่งมีค่าความเชื่อมั่น
ทั้งฉบับเท่ากับ ๐.๙๓๗ สำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง คือพนักงานเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น จำนวน ๑๑๐ คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการทดสอบค่าเอฟ ด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ด้วยวิธีของเพียร์สัน และการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน ๑๒ คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
๑. ระดับภาวะผู้นำของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = ๓.๙๘, S.D. = ๐.๔๗๕) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ( = ๓.๘๘, S.D. = ๐.๕๕๑) ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ( = ๓.๙๖, S.D. = ๐.๕๖๘) ด้านการกระตุ้นให้ใช้ปัญญา ( = ๓.๙๔, S.D. = ๐.๕๘๓) และด้านการคำนึงถึงปัจเจกบุคคล ( = ๓.๙๔, S.D. = ๐.๕๒๔) อยู่ในระดับมาก
๒. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของพนักงานที่มีต่อการภาวะผู้นำตามหลัก
ปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคลพบว่า พนักงานที่มี การศึกษา และเงินเดือน ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาล แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕
จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ส่วนพนักงานที่มี เพศ อายุ ตำแหน่ง ต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาล ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย
๓. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเกี่ยวกับหลักปาปณิกธรรมกับภาวะผู้นำของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น จังหวัดกาญจนบุรี พบว่าปัจจัยเกี่ยวกับหลักปาปณิกธรรม
มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับภาวะผู้นำของผู้บริหารเทศบาล โดยภาพรวม อยู่ในระดับสูง (R=.๘๘๕**) จำแนกตามรายด้านพบว่า ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ อยู่ในระดับสูง (r=.๗๔๓**)
ด้านการสร้างแรงบันดาลใจอยู่ในระดับสูง (r=.๗๘๖**) ด้านการกระตุ้นให้ใช้ปัญญาอยู่ในระดับสูง (r=.๗๙๗**) ด้านการคำนึงถึงปัจเจกบุคคลอยู่ในระดับสูง (r=.๘๑๙**)
๔. แนวทางการส่งเสริมภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ๑) ด้านจักขุมา (วิสัยทัศน์) ผู้บริหารควรเข้าใจทิศทางของแผนและวิสัยทัศน์ขององค์กร และเพื่อสื่อสารต่อไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาโดยการทำความเข้าใจหลักการบริหาร ๒) ด้านวิธูโร (ความสามารถด้านการบริหาร) ผู้บริหารควรปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริหารให้มีใจเปิดกว้างและต้องมีการบริหารในด้านต่างๆ ให้เสมอภาคกันให้กับพนักงาน และสามารถแก้ไขร่วมกับการพัฒนารวมทั้งสร้างแรงจูงใจ และจริงใจในการปฏิบัติ ๓) ด้านนิสสยสัมปันโน (มนุษยสัมพันธ์) ผู้บริหารเป็นบุคคลที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีก็จะเป็นบุคคลที่สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย
มีจิตสาธารณะที่เป็นที่รักใคร่ของผู้อื่นใครเห็นใครก็อยากอยู่ใกล้ ควรเอาใจใส่บุคลากรสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความผูกพันให้ทุกคนในองค์กร
Download
|